เหอๆ ใครว่าชีวิตมหาลัยมันง่ายๆ ไม่จิ๊งงง! กระผมล่ะเถียงใจขาดดิ้น เพราะ มันง่ายกว่าคำว่า "ง่าย" ซะอีก ไม่ว่าจะ

ง่ายต่อการเข้า (ถ้าคุณมั่นใจว่าพร้อมจริง)

ง่ายต่อการออก (ทุกมหาลัยไม่สนว่าเอกชนเปิดหรือปิด)

ง่ายต่อการเรียน( มีที่ไหนฟระ มาเรียนครบงานไม่ส่ง แต่อาจารณ์จะให้ผ่านอะ )

ง่ายต่อการตก (มึงไม่เข้ากุ(อาจารณ์)ไม่ว่า แต่ทำข้อสอบให้ได้ละกัน)

ง่ายต่อการคบเพื่อน ( ทำกิจกรรมไปเหอะ ได้เพื่อนแน่ๆ บางทีมันรุ้จักเราแต่เราไม่รุ้มันเปนใครด้วยซ้ำ)

และ

ง่ายต่อการโดนเพื่อนเลิกคบ ( เต็มที่เลย ตอนเข้า1 อยากเปิดตัวยังไงก้ได้ และคอยดูผลที่ตามมาเห้อ)

วันนี้เลยจะลองเอา ประสปการ์ณของการพึ่งได้เป็น เฟรชชี่ปี1 มาเพียงแค่ 1 เทอม ซึ่งยังคงหลงเหลือ ความรุ้สึกของเด็กมัธยมที่มีต่อมหาลัย มาเปรียบกับ ความจริงที่ได้เจอในมหาลัยกันดู

(คำเตือนล่วงหน้า : ทุกคำพูดในนี้เป็นเพียงความคิดเห็นของผมเท่านั้น ใช้เพื่อแสดงความเห็นหรือ อ่านเพื่อผ่อนคลายเท่านั้น อย่าไปจริงจังหากเนื้อหาอันไหนไม่ถูกใจ )

เอาล่ะ ใครที่ตอนนี้อยุ่ ม.6 และกำลังจะเข้ามหาลัยกันแล้วมาดูๆกัน

1) การรับน้อง ( 1 ในเรื่องที่เด็กมัธยมทุกคนคิดถึงเวลาพูดถึงเข้ามหาลัย)

สมัยมัธยม - รับน้องจะโหดไม๊ จะรับยังไงเมื่อไร ต้องไปนอกสถานที่ด้วยเหรอ ไม่ไปได้มั๊ย

ที่เจอมากะตัวในมหาลัย - การรับน้อง โหดไม๊ ขึ้นอยุ่กับตัวกลุ่มรุ่นพี่นั้นๆ แต่

การรับน้องไม่ได้คิดจะจัดก็จัดกันง่ายๆ ต้องมีการร่างแผนงานเหมือนงานรับน้องตาม รร. แต่มันจะยิ่งใหญ่และต้องวางแผนรัดกุมมากกว่านั้น ไม่ใช่นึกจะทำอะไรก็ได้ ไม่ใข่นึกอยากจะแกล้งใครอะไรก็ได้ ทุกอย่างจะขึ้นตรงต่อมหาลัยหมด

และ พิธีรับน้อง เป็นพิธีที่สำคัญและถ้าไม่จำเป็นจริงๆอย่าขาด อย่างสิ่งที่ผมได้เรียนรุ้มาคือ การรับน้องในบางที่ เปรียบเสมือนการรับรุ่นของคณะนั้นๆเลย เช่น บัญชีรุ่น14 วิศวะรุ่น 28นิเทศรุ่น 87 ............ อะไรประมาณนี้ ซึ่งความสำคัญของการมีรุ่นจะได้ไปเรียนรุ้กันในชีวิตมหาลัยเอง

และถามว่าต้องไปนอกสถานที่ด้วยเหรอ ก้ตอบว่าไม่จำเป็นแต่ไปได้ก้ดี

เพราะ นอกการจัดนอกสถานที่ จะทำให้ได้บรรยากาศการช่วยเหลือกัน การทำกิจกรรมที่ได้อารมณ์และสิ่งๆต่างๆมากกว่าทำในมหาลัย

และนี่คือการรับน้องที่ทุกคนเคยได้ยินแล้ว มีข่าวมาบ่อยๆ แต่จะมีซักกี่คนที่รุ้ถึงความจริง

เด่วพรุ่งนี้จะมาเขียนเรื่อง ว้ากเกอร์ หรือ พี่วินัย ที่ทุกคนร้จักไม่ชอบหน้าเอาซะเลย ว่า

เชือ่หรือไม่ว่าจริงๆแล้วว้ากเกอร์เปนหน้าที่ที่อันตรายและน่าสงสารที่สุด

(คำเตือนไม่ล่วงหน้า : ทุกคำพูดในนี้เป็นเพียงความคิดเห็นของผมเท่านั้น ใช้เพื่อแสดงความเห็นหรือ อ่านเพื่อผ่อนคลายเท่านั้น อย่าไปจริงจังหากเนื้อหาอันไหนไม่ถูกใจ )

ปล.ตอนนี้เราเพิ่ม ส่วนไดอารี่ของเราไว้ สำหรับบันทึกชีวิตและสิ่งต่างๆที่ติดใจในแต่ละวัน เราเขียนไว้ใน BossXIII's Diaryหรือ คลิกจากแถบลิงคืด้านซ้ายได้เลย


edit @ 2006/10/12 16:07:13

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ถึงไม่ใช่เด็กมัธยมก็เข้ามาอ่าน กร๊าก

เห็นด้วยที่ว่าการจัดกิจกรรมรับน้องทีนึง มันไม่ใช่ง่ายๆเลย ต้องมีการส่งโครงการ และคิดงบประมาณประจำปี คิดล่วงหน้าเป็นเทอมกว่าจะมีกิจกรรมออกมากันได้ เรียกว่างานนี้เป็นงานทดสอบประสิทธิภาพการทำงานของรุ่นพี่มากกว่ารุ่นน้องซะอีก(เพราะระดับมหาลัยจะหาคนทำกิจกรรมและให้ความช่วยเหลือแก่ส่วนรวมได้น้อยมาก =*=) ถ้าร่างแผนประชุมกันไม่ดี งานก็จะออกมากร่อยๆเหลวๆเละๆ ไม่โดนใจน้องๆ

ส่วนพี่ว๊ากก็อีกเรื่องนะ แต่อยากบอกว่าการฝึกวินัยของเด็กไทยมันต้องใช้ระบบแหกปากทำตัวโหดยังงี้แหละ มันถึงจะอยู่หมัด เอ๊ย มันถึงจะสัมฤทธิ์ผล(พูดกันดีๆไม่มีฟังกันหรอก)

ก็...มีแชร์ความคิดเห็นกันเอาสนุกนะจ๊ะ

#1 By kororo on 2006-10-12 17:19


เรียนมหาลัย ก็ต้องมีการปรับตัวอยู่ตลอดเวลา
แรกๆที่เข้าเรียน เราก็งง แต่ก็เพราะความ งง ของตัวเองจึงทำให้มีอะไรก็ถามเค้าไปหมด แล้วเราก็ค่อยๆเรียนรู้ชีวิต เด็กมหาลัยเรื่อยๆมา ... จนถึงตอนนี้
....จบแล้วจ้า....... จบเทอมนี้แล้ว ดีใจมากๆ คุ้มค่ากับการรอคอยค่ะ
ค่อยๆปรับตัวนะคะ

#2 By SweetCooL**++** on 2006-10-12 21:04

อ้าว....พี่เลยเข้าม. มาแล้วอะ
ทำไงดี...อิอิ

#3 By GoddessIsis on 2006-10-13 19:18

อืม
กุจะมาบอกมึงว่า ไม่มีอะไร
อย่าคิดมาก กุก็ยังเห็นมึงเป็นเพื่อนเหมือนเดิม

ไอ่โอ้ มันเข้าใจผิด น่ะ อย่าคิดมากเว้ย เพื่อน

#4 By far dangerous on 2006-10-14 18:28

อะง่า
มหาลัยยยย !!!!

#5 By ``S i s T e R ~ S p E r M `` on 2006-10-15 23:38

ต้องปรับเยอะเหมือนกันอะ.......สู้ ๆๆ

#6 By dekjang on 2006-10-16 14:29