เสนออีก! ห้ามดูทีวี-โอเกะ ขณะขับรถ



เมื่อวันที่ 11 ก.ค. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.รณรงค์ ยั่งยืน ในฐานะโฆษก ตร.กล่าวว่า ขณะนี้การห้ามใช้โทรศัพท์มือถือระหว่างขับรถกำลังออกเป็นกฎหมาย และจะมีประกาศอีกครั้งเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ ทั้งนี้ ในหลายประเทศก็มีการบังคับใช้กฎหมายนี้ บางประเทศถึงขนาดห้ามใช้โทรศัพท์มือถือขณะอยู่บนรถไฟฟ้า รถไฟใต้ดิน แม้จะเป็นผู้โดยสาร

อย่างไรก็ตาม กฎหมายดังกล่าวยังไม่ได้ประกาศใช้อย่างเป็นทางการ และต้องผ่านอีกหลายวาระ แต่มีข้อมูลทางด้านการจราจรและทางฝ่ายกฎหมายระบุว่า การใช้โทรศัพท์ ขณะขับรถทำให้เกิดอุบัติเหตุ สำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงเสนอให้ออกเป็นกฎหมายเพื่อป้องกัน เนื่องจากการใช้ โทรศัพท์ขณะขับรถจะทำให้การขับรถลดหย่อนลงไป เพราะว่ามัวพะวงในการพูดโทรศัพท์ ส่วนอัตราโทษปรับมีตั้งแต่ 400-1,000 บาท ซึ่งก่อนหน้านี้ได้มีการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบและมีการเตือนไปบ้างแล้ว

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะยกเว้นกรณีใดหรือไม่ พล.ต.ท. รณรงค์กล่าวว่า การยกเว้นจะต้องหยุดรถ แต่ก็ยังไม่ชัดเจนในเรื่องข้อยกเว้น เพราะต้องตีความปรับแก้หลายจุด ที่ผ่านมามีข้อมูลสถิติในการขับรถแล้วพูดคุยโทรศัพท์ ทำให้รถเกิดอุบัติเหตุเป็นจำนวนมาก



ส่วนกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจขับรถขณะปฏิบัติภารกิจยกเว้นหรือไม่นั้น พล.ต.ท.รณรงค์กล่าวว่า คงจะต้องมีข้อยกเว้น เพราะตำรวจมีเครื่องมือสื่อสารในการทำงาน ติดต่อเวลาไล่จับคนร้าย ความเห็นส่วนตัวเชื่อว่าน่าจะดีในเรื่องของการลดอุบัติเหตุ เมื่อจะโทรศัพท์ต้องหยุดรถ สำหรับการตรวจสอบหลังพบว่าขณะขับรถทำให้เกิดเหตุก็จะต้องสอบสวนให้เห็นได้ชัดว่ามีพยานหลักฐานขณะโทรศัพท์ได้ขับรถชนผู้อื่น

ด้านนายจรัญ ภักดีธนากุล ปลัดกระทรวงยุติธรรม ในฐานะกรรมการกฤษฎีกา กล่าวว่า ขั้นตอนต่อไป สำนักนายกรัฐมนตรีจะส่งร่างกฎหมายไปให้คณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจสอบ เชื่อว่าการพิจารณาในชั้นกฤษฎีกาจะไม่ล่าช้า เพราะเป็นนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล แต่กฎหมายยังไม่มีผลบังคับใช้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงไม่สามารถจับกุมผู้ขับขี่ยานพาหนะที่ใช้โทรศัพท์มือถือได้ หากทว่าร่างกฎหมายดังกล่าวต้องเขียนให้มีความหมายครอบคลุมค่อนข้างกว้าง เพื่อบังคับถึงพฤติกรรมที่อันตรายมากกว่าการใช้ โทรศัพท์ขณะขับขี่ เช่น การเปิดคาราโอเกะ หรือเปิดภาพยนตร์ในรถด้วย

นายวันชัย รุจนวงศ์ อธิบดีกรมคุมประพฤติ กระทรวงยุติธรรม กล่าวเพิ่มเติมว่า การห้ามใช้โทรศัพท์ขณะขับรถเชื่อว่าจะส่งผลให้สถิติอุบัติเหตุลดลง มีงานวิจัยในหลายประเทศมายืนยันหลักการเป็นอย่างดี ที่ผ่านมาสาเหตุอุบัติเหตุทางรถยนต์มักเกิดจากการเมาสุรา หลับใน และเสียสมาธิจากการใช้โทรศัพท์มือถือขณะขับรถ

แต่มีข้อสังเกตว่าแม้ร่างกฎหมายนี้จะอนุญาตให้ใช้แฮนด์ฟรีขณะขับรถได้ ก็ยังเห็นว่าทำให้คนขับรถเสียสมาธิ เพราะอย่างน้อยต้องก้มกดรับโทรศัพท์ ส่วนการห้ามดูทีวี หรือร้องคาราโอเกะในรถเชื่อว่าคนขับรถส่วนใหญ่คงไม่ดูทีวี ยกเว้นรถติดจริงๆ อาจดูข่าวบ้าง ทีวีในรถสำหรับผู้โดยสารนั่งดูมากกว่า และยังไม่เคยพบการวิจัยของต่างประเทศยืนยัน แต่ถ้าป้องกันไว้คงไม่เสียหาย

ขอย้ำว่า ส่วนกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจขับรถขณะปฏิบัติภารกิจยกเว้นหรือไม่นั้น พล.ต.ท.รณรงค์กล่าวว่า คงจะต้องมีข้อยกเว้น เพราะตำรวจมีเครื่องมือสื่อสารในการทำงาน ติดต่อเวลาไล่จับคนร้าย

พวกเมิง คิดอะไรอยู่ ไอพวกคนแก่ ไอพวกบ้าอำนาจ เมิงนึกอะไรได้ก้เขียนใช่มั้ย อะไรที่แดกเงินพวกกุได้ เมิงก้เอามาเขียน ใช่มั้ย เมื่อก่อน อีกหน่อยไม่ต้องมาถามเลยนะว่า อยากผิดข้อหาอะไร เพราะทุกอย่างที่เมิงคิดได้ เมิงเอาไปเขียนเป็นกฏหมายหมดแล้ว แ

และกุอยากรุว่า และจะมีประกาศอีกครั้งเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ ทั้งนี้ ในหลายประเทศก็มีการบังคับใช้กฎหมายนี้ บางประเทศถึงขนาดห้ามใช้โทรศัพท์มือถือขณะอยู่บนรถไฟฟ้า รถไฟใต้ดิน แม้จะเป็นผู้โดยสาร
อย่าให้กุอ่านเจอนะว่า เมิงจะบ้าเหรอ อะไรเฮี้ยๆ เอาตามเค้าหมด ฟรีเซ๊กส์ ยาเสพติด ความรุนแรง บ้าอำนาจ เอาตามต่างชาติหมด อะไรดีๆเมิงไม่เอา บอกว่าเปนคนไทย ไอสัตว์ เฮี้ยมากๆ กุอยากรู้ คุยโทรศัพท์ในรถไฟฟ้า หรือ รถไฟใต้ดิน มันจะทำให้กุลงสถานีผิดแล้ว ต้องขึ้นย้อนมาใหม่ เปลืองระบบการทำงาน ต่าไฟเครื่องกดตั๋ว ของพวกเมิงใช่มั้ย ไอเฮี้ย !!


Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

เฮ้อ = ="
เบื่อเหมือนกานนน
ยิ่งเรื่องการเมือง
ยิ่งเบื่อใหญ่เลย
ผู้ใหญ่นี่คิดอะไรกันอยุ่เน้อ - -"

#1 By ``S i s T e R ~ S p E r M `` on 2007-07-14 21:05

ช่าย พรบ.ใหม่เวอร์มากอะ

มีรูปติดเรท (เลือดสาด ส่อถึงเซ็กซ์) ในคอมส่วนตัวก็ไม่ได้ ซีดีส่วนตัวก็ไม่ได้
โดนจับติดคุก

จะบร้ากันไปใหญ่แล้ว

ละเมิดสิทธิส่วนบุคคลสุดๆ-*-

#2 By nu_.-*-*-._nu on 2007-07-14 23:44